Categories
ตำนานลูกหนัง เกร็ดลูกหนัง

กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก คริสเตียโน่ โรนัลโด้

กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก คริสเตียโน่ โรนัลโด้

กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก คริสเตียโน่ โรนัลโด้

กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในวงการฟุตบอลคงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักชายคนนี้ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เพราะเขาคนนี้มีฝีเท้าที่ดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ ด้วยรางวัลมากมายที่ได้รับถือเป็นเครื่องหมายการยืนยันได้เป็นอย่างดี เขาคนนี้มีชื่อว่า “Cristiano Ronaldo”

คริสเตียโน โรนัลโด เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ที่เกาะมาเดรา ประเทศโปรตุเกส เขาเป็นลูกชายคนเล็กที่มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ซึ่งที่มาของชื่อ Cristiano Ronaldo มาจากบิดาของเขาเป็นคนตั้งให้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา Ronald Wilson Reagan ที่พ่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นั้นชื่นชอบมากตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นนักแสดงเลยก็ว่าได้

ครอบครัวของ Ronaldo ตั้งอยู่ในย่านกิงตาดูฟัลเชา เขตอังดูอังตอนีอูของเมืองฟุงชาล เป็นเขตที่มีคนยากจนส่วนใหญ่อาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก โรนัลโด้ ได้เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กๆ เมื่อตอนที่เขาอายุถึง 6 ขวบ เขาก็เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังในทีมชุดใหญ่ของ อังดูริญญา  (Andorinha) จากการ

ชักชวนของญาติที่อยู่ในทีมนี้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ลงเล่นฟุตบอลในนามของเยาวชนอังดูริญญา  (Andorinha) อยู่ 2 ปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับทีม นาซีอูนัล ในปี ค.ศ. 1977 และได้ทำสัญญากับสโมสรยักษ์ใหญ่ สปอร์ติงลิสบอน แต่ทว่า โรนัลโด้ ได้ถูกพิจรณาให้ย้ายไปอยู่กับทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยคนที่ซื้อตัวของเขามาก็

คือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในราคา 12.24 ล้านปอนด์ และทำให้ โรนัลโด้ได้แชมป์เอฟเอคัพ เป็นรางวัลแรกอันทรงเกียรติของเขามากๆ ในปี 2003

การเริ่มต้นเล่นฟุตบอลกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก

โรนัลโด เข้าสู่เส้นทางสายฟุตบอลอาชีพเมื่อปี 1997 เริ่มต้นกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน กับชุดทีมระดับเยาวชน ก่อนที่ในปี 2001 จะขึ้นสู่ชุดใหญ่ได้สำเร็จ  เมื่ออายุได้เพียง 17 ปีเท่านั้น หลังได้มีโอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ของ สปอร์ติ้ง นัดแรก ก็สามารถทำได้ 2 ประตู กับทีม โมไรเรนส์ ขณะเดียวกันเขาก็ยัง

ติดทีมชาติโปรตุเกสชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี อีกด้วย ซึ่งเป็นรายการศึกชิงแชมป์ยุโรป

หลังจากเสร็จภารกิจในศึกฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป ยู-17 ชื่อของ คริสเตียโน โรนัลโด ได้เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างในโลกลูกหนัง มีแมวมองจากทีมลีกชั้นนำของยุโรปจับตามองอย่างมากมาย กุนซือต่างๆ ยกให้เขาคือดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการฟุตบอลประเทศโปรตุเกสสมัยนั้นทันที หนึ่งในนั้นคือ เชราร์ด อุล

ลิเย่ร์ ที่สมัยนั้นคุมทีม “ลิเวอร์พูล” ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ก่อนที่จะล้มเลิกการล่าลายเซ็นเจ้าหนูวัย 17 ปี รายนี้ เนื่องจากเขามองว่า โรนัลโด้ ยังเด็กเกิน ด้วยความที่เปี่ยมพรสวรรค์, ทักษะ และมาพร้อมด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่เกินวัย

อีก 2 ปีถัดมา ฝีเท้าของยอดดาวรุ่งแห่ง ลิสบอน ก็ไปแตะตาของ ยอดบรมกุนซือของพลพรรค “ปีศาจแดง” อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เป็นผู้จัดการทีมในสมัยนั้น โดยเขาพาทีมไปลงเตะอุ่นเครื่องกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก่อนเปิดฤดูกาล 2003/2004 ก่อนที่จะโดน โรนัลโด ที่วัย 19 ปี ในตอนนั้นเผา

เครื่องจนยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษไปไม่เป็น ก่อนที่จะถูกยัดเยียดความพ่ายแพ้ไปถึง 3-1 จนทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องรีบดึงตัวเจ้าหนูนี้มาร่วมทัพในทันที ด้วยค่าตัว 12.21 ล้านปอนด์ มาสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

โรนัลโด ได้รับมอบหมายให้สวมเสื้อเบอร์ 7 ต่อจาก เดวิด เบ็คแฮม ที่อำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปร่วมทัพ รีล มาดริด เรียกได้การสวมยูนิฟอร์มของ แมนยู หมายเลข 7 นี้ ทำให้ชื่อเสียงของ โรนัลโด โด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ชื่อเสียงก็มาพร้อมกับแรงกดดันอันมหาศาล ท่ามกลางความคาดหวังของ

เหล่าพลพรรค “Red Devil” จนมีครั้งหนึ่งเขาเคยขอเปลี่ยนเบอร์เสื้อเป็นหมายเลข 28 ตามเดิมเหมือนที่เค้าเคยสวมในสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แต่ถูกปฏิเสธจากสโมสร เนื่องจากทุกคนต่างมากว่า โรนัลโด เหมาะสมแล้วที่จะสืบทอดตำนานหมายเลข 7 ต่อจาก เดวิด แบ็คแฮม ต่อไปใน

อนาคต

หากพูดถึง ลา ลีกา สเปน จะมีเพียงแค่ 2 ทีมที่สลับความเป็นใหญ่กันอยู่นั้นก็คือ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ทั้ง 2 ทีมขับเคียวกันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะยุคไหนๆ การมาของ โรนัลโด แน่นอนว่าจะต้องไม่ใช่ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า แน่นอน ในปี 2009 เขาตัดสิจใจย้ายซบ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว

สถิติโลกเวลานั้นถึง 80 ล้านปอนด์ ด้วยสัญญา 6 ปี การมาของ โรนัลโด สร้างความฮือฮาอย่างมากในวงการฟุตบอล ไม่ใช่กับแค่เหล่าสาวกราชันชุดยาวเท่านั้น เขายังสร้างกระแสที่น่าตกใจไปทั่วทุกมุมโลก มีแฟนบอลในสนามมาต้อนรับการเปิดตัวอย่างเขามากมายถึง 80000 คน แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้

ส่วมเสื้อเบอร์ 7 ที่คุ้นเคยสมัยอยู่แมนยู เขาต้องใส่เสื้อหมายเลข 9 ภายใต้ชื่อเรียกใหม่ว่า “CR9”

เพียงฤดูกาลแรก 2009/2010 โรนัลโด สามารถโชว์ฟอร์มอันร้องแรงด้วยการกะซวกไปถึง 33 ประตูจากการลงสนาม 35 นัด ซึ่งเขาสามารถครองรางวัลดาวซัลโวสูงสุด ของ ลา ลีกา ได้ทันทีตั้งแต่ย้ายเข้ามาในซีซั่นแรก แต่ด้านความสำเร็จของสโมสรกลับตรงกันข้าม เรอัล มาดริด ได้แค่ อันดับ 2 ในลีก

ส่วนรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ที่ประธานเปเรซหมายมั่นปั่นมือว่าจะต้องคว้ามาให้ได้ ก็ทำได้เพียงจอดที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น และบอลถ้วยอย่าง โกปา เดล เรย์ ย่ำแย่ไม่แพ้กันถูกหยุดที่รอบ 32 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

ก่อนที่ต่อมาในฤดูกาลที่ 2 ภายใต้การคุมทัพของโค้ชคนใหม่อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์คนเก่งและเป็นคนโปรตุเกสเช่นเดียวกัน และเพิ่งพาทีม อินเตอร์ มิลาน เถลิงบัลลังแชมป์ ยูฟ่า มาหมาดๆ เพราะมาดริดหวังที่จะกลับไปยิ่งใหญ่บนเวทียุโรปอีกครั้ง ขณะเดียวกัน โรนัลโด ก็ได้กลับมาใส่เสื้อ

หมายเลข 7 อีกครั้ง หลังการอำลาทีมของ ราอูล กอนซาเลซ ทำให้ชื่อเขาถูกเปลี่ยนและเป็นที่รู้จัก คุ้นหูเป็นอย่างมาก คือ “CR7” ฤดูกาลนี้ ซีอาร์เซเว่น ยังคงรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นของตนเองได้ดีเช่นเดิม หลังทำประตูอย่างถล่มทลายถึง 53 ประตู จากการเล่นลง 54 นัด ส่วนในด้านความสำเร็จ

ของสโมสรก็ดีขึ้นมาหน่อย ด้วยการคว้าแชมป์บอลถ้วยอย่าง โกปา เดล เรย์ และเขาเป็นคนซัดประตูชัยประตูเดียวในเกมนี้ในนาทีที่ 103 ส่งเรอัล มาดริด คว้าแชมป์และเป็นแชมป์แรกของเขากับราชันชุดขาว แต่สำหรับยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ถ้วยที่มาดริดต้องการมากที่สุด พวกเขาทำได้เพียงผ่านเข้าสู่

รอบรองชนะเลิศเท่านั้น

ผลบอลสด คลิ๊ก

การมายูเวนตุสของโรนัลโด้

ต่อมาโรนัลโด ย้ายเข้าสู่ กัลโช่ เซเรีย อา ด้วยวัย 33 ปี พร้อมกับค่าตัวมหาศาลที่เกินกว่าจะจ่ายให้นักเตะในวัย ขึ้นเลข 3 แต่ไม่ใช่กับ ชายที่ชื่อว่า “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” ม้าลายยูเวนตุส ยอมควักสูงถึง 100 ล้านปอนด์ เพื่อดึงมาร่วมทัพ จนทำให้เกิดปรากฎการณ์ “โรนัลโด้เอฟเฟ็กต์” แฟนบอลต่างยินดี

และชื่นชอบกับดีลนี้ที่เกิดขึ้นมาก ซึ่งเหตุผลที่เขาตัดสินใจเลือกย้ายมาหาความท้าทายใหม่ที่ อิตาลี เพราะเขาหลงแฟนบอลยูเว่มากๆ

แต่ทั้งนี้หลายคนเชื่อว่าเหตุผลที่แท้จริง ที่เขาตัดสินใจย้ายออกจาก เรอัล มาดริด เป็นเพราะประธานสโมสรอย่าง ฟลอเรนติโน เปเรซ ที่ไม่ชื่นชอบ CR7 เนื่องจากเขาดูมีอิทธิพลต่อทีมมากเกินไป และประธานอย่าง เปเรซ ชื่นชอบ เกเร็ธ เบล มากกว่า ถึงขนาดที่โรนัลโด้ย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ก็ไม่มี

การจัดแมตอำลา หรือแม้กระทั้งได้กล่าวอำลาแฟนบอลชุดขาวเลย

โรนัลโด้ ยังโชว์ความสุดยอดเหมือนเดิม เขาทำลายสถิติมากมายกับยูเวนตุส เช่น เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่ลงเล่นชนะในศึกยูฟ่าแชมป์เปี่ยนลีก 100 นัด และอีกสถิติที่เขาสามารถทำได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาร่วมทัพ คือ ประตูได้ 10 ประตู หลังลงเล่นไปเพียง 14 นัดแรก คนที่ทำได้ในสโมสรยูเวนตุส มีเพียง

แค่ จอห์น ชาร์ลส์ เท่านั้น โรนัลโด้ ได้แชมป์แรกกับยูเวนตุสในเมือ มกราคมปี 2018 คือ แชมป์  ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา โดยการเอาชนะ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ก่อนที่จะได้แชมป์ เซเรียอา อิตาลี แชมป์ลีกสูงสุดอีก 1 สมัย ตามมา ทำให้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ ่วาเขาเป็นนัก

เตะคนแรกที่แชมป์ลีกสูงสุด ของ อังกฤษ, สเปน และ อิตาลี จบฤดูกาลแรกด้วยสถิติ 21 ประตู 8 แอสซิส

ระดับสโมสร

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย 2006 – 2007 , 2007 – 2008 , 2008 – 2009

แชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย 2003 – 2004

แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย 2005 – 2006 , 20008 – 2009

แชมป์คอมมิวนิตี้ชิลด์ 1 สมัย 2007

แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย 2007 – 2008

แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย 2008

เรอัลมาดริด

แชมป์ลาลีก้า 1 สมัย 2011 – 2012

แชมป์โกปา เดล เรย์ 2 สมัย 2010 – 2011 , 2013 – 2014

แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย 2013 – 2014

แชมป์ยูฟ่าคัพซุปเปอร์คัพ 1 สมัย 2014

ยูเวนตุส

แชมป์เซเรียอา 1 สมัย 2018 – 2019

ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา 1 สมัย 2018

 

สามารถแทงบอลได้ที่ …..https://ufakingdom.net/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *